จิ๋นซีฮ่องเต้ จอมจักรพรรดิแห่งแผ่นดินจีน

เปิดตำนานในประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 5 พันปีของประเทศจีน ที่มีกษัตริย์ในราชวงศ์ต่างๆ ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปกครองประเทศมากมาย และในแต่ละยุคสมัยก็ล้วนมีเหตุการณ์สำคัญที่ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ที่ยังคงได้รับการกล่าวขานมาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของจิ๋นซีฮ่องเต้ หรือ ฉินฉื่อหฺวังตี้ (Qín Shǐ Huángdì) ซึ่งถือเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกที่สามารถพิชิตแคว้นต่างๆ และรวบรวมแผ่นดินจีนให้อยู่ภายใต้อำนาจของพระองค์เพียงหนึ่งเดียว

ในขณะที่สภาพบ้านเมืองของประเทศจีนแตกออกเป็นแคว้นต่างๆ 6 แคว้นด้วยกัน ซึ่งแต่ละแคว้นก็พยายามทำสงครามเพื่อที่จะรวบรวมอำนาจ และขยายดินแดนแคว้นของตนเองให้ยิ่งใหญ่เหนือแคว้นศัตรู ดังนั้นการทำสงครามระหว่างแคว้น จึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประชาชนในยุคนั้นต่างก็เดือดร้อนจากภัยสงครามเป็นอย่างมาก ชายฉกรรจ์ต้องถูกเกณฑ์มาเป็นทหารจนหมดสิ้นเหลือไว้แต่เพียงเด็ก สตรี และคนชรา สภาพบ้านเมืองในขณะนั้นได้รับความเสียหายอย่างมาก ความอดอยากความหิวโหยคือสิ่งที่ประชาชนทุกคนได้รับจากสงคราม

ความพยายามรวบรวมแผ่นก็เป็นผลสำเร็จในปี 221 ก่อนศริตกาล โดยทั้ง 6 แคว้นถูกรวบรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้อำนาจของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นฉิน ที่มีพระนามว่า จิ๋นซีฮ่องเต้ พระองค์ทรงเป็นจักรพรรดิพระองค์แรกที่ทรงสามารถรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นได้สำเร็จ และสร้างอาณาจักรอันเกรียงไกรอย่างที่ไม่มีผู้ใดเคยทำได้มาก่อน และยังเป็นผู้สร้างกำแพงเมืองจีน กับสุสานหุ่นปั้นที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้

---

---

หลังจากที่พระองค์ทรงรวบรวมดินแดนแคว้นต่างๆ ได้สำเร็จ พระองค์จึงได้ทรงเริ่มสร้างกำแพงเมืองจีนขึ้น โดยตลอดระยะเวลาแห่งการครองราชย์ของพระองค์ ได้มีการเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านภาษา การเขียนอักษร การกำหนดมาตราชั่งตวงวัด และทรงออกกฎหมายที่เป็นมาตรฐานให้ใช้โดยทั่วกัน นอกจากนั้นแล้วพระองค์ยังทรงเป็นต้นกำเนิดของสุสานหุ่นปั้นโบราณ และกำแพงเมืองที่ยิ่งใหญ่เพื่อป้องกันการรุกรานของศัตรู ซึ่งยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่การก่อสร้างกำแพงเมืองจีนนั้นต้องแลกมาด้วยชีวิต และความอดอยากของประชาชนนับล้าน มีการเก็บภาษีอย่างหนัก เกณฑ์แรงงานจากชาวนาและนักโทษจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อทำให้ฝันของพระองค์เป็นจริง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับราษฎรอย่างหนัก จนทำให้มีผู้พยายามลอบปลงพระชนม์หลายต่อหลายครั้ง

พระองค์ทรงทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะรักษาอำนาจไว้ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และในช่วงบั้นปลายชีวิตพระองค์มีความลุ่มหลงในเรื่องยาอายุวัฒนะ ทรงเชื่อในคำบอกเล่าของเหล่านักบวชและคนสนิท ว่าถ้าพระองค์ทรงเสวยยาอายุวัฒนะนี้ จะทำให้มีชีวิตที่เป็นอมตะสามารถปกครองอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่นี้ได้ตลอดกาล ทำให้พระองค์ต้องเสียเงินทองไปมากมาย แต่สุดท้ายพระองค์ก็ไม่สามารถมีชีวิตที่อมตะอย่างที่ฝัน พระองค์ทรงประชวรหนัก และสวรรคตในขณะการออกตรวจราชการแผ่นดินในเดือนที่ 7 ของปี 210 ก่อนศริตกาล รวมพระชนมายุ 50 พรรษา หลังจากสวรรคตพระโอรสนามว่า หูไห่ ได้ร่วมมือกับขันทีปลอมราชโองการจนได้ขึ้นครองราชย์ แต่อำนาจในการปกครองที่แท้จริงกลับตกอยู่ในมือของขันทีคนสนิท ทำให้ราชวงศ์ฉินที่เข้มแข็งเริ่มอ่อนแอลง และล่มสลายไปในที่สุด

ตำนานของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่พระองค์นี้ ถึงแม้ว่าในประวัติศาสตร์อาจกล่าวว่าพระองค์เป็นทรราชย์ที่โหดเหี้ยมหรือเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ก็ตาม ไม่ว่าอย่างไรพระองค์ก็ถือเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ และสิ่งที่พระองค์ได้สร้างไว้ก็ยังคงทรงคุณค่าให้คนรุ่นหลังได้ศึกษากันต่อไป

(4305)