นกคาสโซวารี่

นกคาสโซวารี่ (อังกฤษ: Cassowary) เป็นนกบินไม่ได้ขนาดใหญ่สกุลหนึ่ง อาศัยอยู่ในแถบซีกโลกใต้ (โอเชียเนีย) จัดอยู่ในสกุล Casuarius ในวงศ์ Casuariidae เป็นนกบินไม่ได้ขนาดใหญ่ ที่มีโครงสร้างแบบนกยุคก่อนประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกับนกกระจอกเทศ, นกอีมู และนกกีวี

 

โดยเป็นนกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกรองมาจากนกกระจอกเทศ และนกอีมูเท่านั้น มีความสูงประมาณ 100 เซนติเมตร หรือกว่านั้น ตัวเมียโดยปกติจะใหญ่กว่าตัวผู้ อาจจะสูงได้ถึง 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 53.8 กิโลกรัม

นกคาสโซวารี่ มีลักษณะเด่น คือ มีขนสีดำปกคลุมลำตัว ซึ่งขนมีลักษณะแตกต่างไปจากนกจำพวกอื่น ๆ คือ ขนเส้นเดียวแต่แตกออกเป็น 2 เส้น มีไว้สำหรับป้องกันตัวยามเมื่อต้องเดินฝ่าพงหนามหรือพุ่มไม้ มีลำคอยาวไม่มีขนเหมือนนกกระจอกเทศ บริเวณใบหน้าและลำคอมีสีสันสดใสต่างกันไปตามแต่ละชนิด และมีจุดเด่น คือ หงอนขนาดใหญ่บนหัว ซึ่งเป็นสารประกอบเคอราติน ภายในเป็นโพรงกลวง

ปัจจุบันยังไม่มีทราบถึงสาเหตุการมีของหงอนนี้ แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนสันนิษฐานว่า มีไว้เพื่อช่วยในการส่งเสียงร้อง แบบเดียวกับไดโนเสาร์บางสกุลที่มีหงอนบนหัว เช่น พาราซอโรโลฟัส หรือแลมบีโอซอรัส เสียงที่ได้จะเป็นเสียงทุ้มต่ำ ซึ่งนกคาสโซวารี่จัดเป็นนกที่มีเสียงร้องต่ำที่สุดในโลก และยังมีเหตุผลนอกเหนือไปจากนี้ คือ ใช้ในการประกาศเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือเป็นการแสดงออกทางเพศ นกคาสโซวารี่ในวัยอ่อน หงอนดังกล่าวจะยังไม่ปรากฏ แต่จะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อนกโตขึ้นตามวัย ซึ่งหงอนดังกล่าวสามารถยาวได้ถึง 15-17 เซนติเมตร

นิ้วตีนของนกคาสโซวารี่ มี 3 นิ้ว แตกต่างไปจากเรไทอย่างนกกระจอกเทศที่มี 2 นิ้ว ทุกนิ้วมีกรงเล็บที่แหลมคม โดยเฉพาะนิ้วกลาง ที่ยื่นยาวที่สุด ซึ่งยาวได้ถึง 5 นิ้ว (12 เซนติเมตร) เป็นอาวุธที่ใช้เป็นเครื่องป้องกันตัวด้วยการกระโดดถีบ ด้่วยความแรง 25 กิโลเมตร/ชั่วโมง

นกคาสโซวารี่กระจายพันธุ์ในป่าดิบชื้นของเกาะนิวกินีและบางส่วนของออสเตรเลีย เช่น รัฐควีนส์แลนด์ เป็นนกที่หากินตามลำพัง อาหารตามปกติได้แก่ ผลไม้, ลูกไม้ ต่าง ๆ ที่ตกหล่นบนพื้นหรือขึ้นตามพุ่มเตี้ย ๆ, เห็ดรา และสามารถกินเนื้อสัตว์ได้ด้วย เช่น สัตว์เลื้อยคลาน, สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก ๆ รวมถึงซากสัตว์ด้วย เวลาในการออกหากินอยู่ในช่วงโพล้เพล้ทั้งในตอนเช้ามืดและตอนเย็น

นกคาสโซวารี่ โดยเฉพาะนกคาสโซวารี่ใต้ นับเป็นนกที่ได้ชื่อว่าอันตรายที่สุดในโลก เนื่องจากมีนิสัยหงุดหงิดหรือก้าวร้าวได้ง่าย เมื่อจะทำร้ายผู้รุกรานจะใช้การกระโดดถีบอย่างรุนแรง จากกรงเล็บที่แหลมคมทำให้ได้รับแผลฉกรรจ์ได้ มีมนุษย์ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตมาแล้ว

(8250)

(Visited 8,267 times, 643 visits today)