เทพีแห่งเสรีภาพ : The Statue of Liberty

รูปปั้นหญิงสาวสวมชุดยาว มือขวาชูคบไฟแห่งปัญญาขึ้นเหนือศีรษะ และมือซ้ายถือหนังสือที่สลักวันประกาศอิสรภาพของอเมริกาไว้ภายใน หรือที่เรารู้จักกันในนามของ “เทพีเสรีภาพ” ซึ่งตั้งตระหง่านคอยต้อนรับผู้มาเยือนมหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกานั้น ไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่เป็นรูปปั้นขนาดยักษ์เท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยแนวคิดแห่งเสรีภาพเอาไว้ด้วย

จุดเริ่มต้นของหญิงสาวผู้ยืนหยัดแห่งอเมริกานั้น เกิดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงของปี 1875 ในย่านที่พักอาศัยอันเงียบสงบของกรุงปารีส เธอคือของกำนัลที่ประชาชนชาวฝรั่งเศส ตั้งใจที่จะมอบให้กับประชาชนชาวสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นของขวัญในวันที่อเมริกาเฉลิมฉลองวันชาติครบ 100 ปี และเมื่อเสร็จสมบูรณ์ เธอจะกลายเป็นรูปปั้นที่สูงที่สุดในโลก ด้วยคบไฟที่สูงเหนือท่าเรือขึ้นไป 305 ฟุต สูงยิ่งกว่าสะพานบรุคลิน (Brooklyn Bridge) ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ เธอถูกออกแบบโดยเฟรเดอริก ออกุสเต้ บาร์โธลดี้ (Frederic August Bartholdi) ประติมากรชาวฝรั่งเศส ขณะที่ทางฝั่งอเมริกา ผู้อพยพชาวอิตาลีกำลังช่วยกันนำหินก้อนใหญ่มาปูวางรากฐานในนครนิวยอร์ค และก่อสร้างด้วยเงินภาษีของชาวฝรั่งเศส ที่ชื่นชมในความกล้าหาญของชาวอเมริกันที่สามารถลุกขึ้นต่อสู้ และประกาศอิสรภาพจากสหราชอาณาจักรสำเร็จจนได้รับเอกราชในที่สุด

แนวคิดของบาร์โธลดี้ คือการแสดงถึงอิสรภาพแห่งอเมริกันชน ซึ่งเป็นการรวมความก้าวหน้าทั้งหมดของยุคสมัยไว้ในที่เดียวกัน ด้วยความเชื่อที่ว่า เสรีภาพ คือความเจริญรุ่งเรือง เขาจึงเลือกที่จะนำเสนอแนวคิดอันยิ่งใหญ่นี้ด้วยรูปปั้นขนาดยักษ์ ที่จะเป็นอนุสรณ์ความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสและอเมริกา มันจะไม่เหมือนกับรูปปั้นทองเหลืองจากกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายตรงข้าม ที่มีไว้เพื่อประกาศชัยชนะเหนือศัตรู แต่มันจะต้องถูกสร้างขึ้นด้วยทองแดงบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นผลผลิตจากแรงงานและสันติภาพเท่านั้น (แต่ภายหลังได้มีการผสมเหล็กเข้าไปด้วย เพราะทองแดงเพียงอย่างเดียวนั้นมีความแข็งแรงไม่มากพอ)

---

---

นอกจากนี้แนวคิดของเขายังได้รับอิทธิพลมาจาก กลุ่มฟรีเมสันส์ (The Freemasons) ซึ่งเป็นองค์กรระดับสากลที่เกี่ยวข้องกับผู้สร้างปิรามิดและมหาวิหารในอดีต ผู้เชื่อในสันติภาพ เสรีภาพ และการรู้แจ้ง โดยสัญลักษณ์ฟรีเมสันส์ที่ปรากฏอยู่บนรูปปั้นเทพีเสรีภาพก็คือ คบไฟแห่งสติปัญญาของมนุษย์ และหนังสือ “กฏแห่งสถาปัตยกรรมสูงสุด” ที่มีวันประกาศอิสรภาพของอเมริกาจารึกไว้นั่นเอง

ในการก่อสร้างมีการตั้งโรงงานสำหรับการสร้างรูปปั้นนี้โดยเฉพาะ และคนงานประกอบด้วยชาย 50 คนที่ช่วยกันระดมค้อนทุบลงไปบนแผ่นทองแดง มีการสร้างแม่แบบขนาดใหญ่ถึงสามครั้ง โดยครั้งสุดท้ายนั้นมีขนาดใหญ่เท่ากับหนึ่งในสี่ของขนาดจริงเลยทีเดียว ซึ่งในการสร้างแต่ละขั้นตอนจะต้องอาศัยการวัดมากกว่า 9 พันครั้งด้วยท่อประปา และการคำนวณเพื่อความแม่นยำอีกนับครั้งไม่ถ้วน

ในที่สุดรูปปั้นขนาดจริงก็ถูกสร้างขึ้นมาจากโครงไม้ ก่อนจะคลุมด้วยปูนปลาสเตอร์ แล้วนำมาสลักให้เป็นรายละเอียด ช่างฝีมือใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการแกะสลักนิ้วมือ นิ้วเท้า และขนตา ที่อีกมุมหนึ่งของโรงงาน คนงานได้นำแผ่นทองแดงความหนาเท่ากับเหรียญเงินนำมาทุบให้แบนจนกระทั่งมีรูปทรงตรงตามต้นแบบ

เมื่อเสร็จเรียบร้อย แผ่นทองแดงสามร้อยส่วนก็พร้อมที่จะประกอบ คนงานได้จัดการแยกชิ้นส่วนรูปปั้นและบรรจุใส่ลัง 210 ลัง แล้วนำบรรทุกขึ้นเรือรบสีขาวที่ชื่อว่า อิแซ (Isere) รูปปั้นเริ่มออกเดินทางเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 1885 และเกือบจะไปไม่ถึง เพราะต้องเผชิญกับพายุอย่างหนักตลอดทาง แต่ในที่สุดเรือก็มาถึงท่าเรือนิวยอร์ค และมีพิธีเฉลิมฉลองอย่างมโหฬาร

นี่คือที่มาของหญิงสาวผู้ทำหน้าที่เป็นประตูสู่สหรัฐอเมริกา เธอไม่ใช่ตัวแทนของนักรบ ไม่ได้ทำหน้าที่โอ้อวดข่มขวัญ และไม่ใช่สัญลักษณ์แห่งอำนาจ แต่เทพีเสรีภาพ คือสัญลักษณ์แห่งผู้ที่ศรัทธาในสันติภาพบนโลกใบนี้

(217)