อาร์มาดิลโล่ : Armadill

อาร์มาดิลโล่ : Armadillo จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในอันดับ Cingulata ในอันดับใหญ่ ซีนาร์ทรา

อาร์มาดิโล่ มีลักษณะเด่น คือ มีส่วนหน้าและจมูกที่ยาว มีปากขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นรูเล็ก ๆ มีกรงเล็บที่แหลมคมทั้งตีนหน้าและตีนหลัง ใช้สำหรับขุดทำโพรงอยู่อาศัยและขุดหาอาหารกิน กินอาหารโดยการใช้ลิ้นที่ยื่นยาวและน้ำลายที่เหนียวตวัดกินแมลงจำพวก มด, ปลวก และหนอนตามพื้นดิน และมีเกราะหุ้มอยู่ตามตัวเป็นแผ่น ๆ มีข้อต่อเชื่อมต่อกันเหมือนชุดเกราะ โดยเฉพาะที่หัวไหล่และด้านท้ายลำตัว ทำให้ดูเหมือนกับลิ่นซึ่งเป็นสัตว์ในอันดับ Pholidota มาก

 

แต่ทั้งอาร์มาดิลโล่และลิ่นเป็นสัตว์ที่อยู่ต่างอันดับกัน และอยู่ในอันดับใหญ่คนละอันดับกันด้วย โดยอาร์มาดิลโล่มีความใกล้เคียงกับสลอธหรือตัวกินมดมากกว่า แต่ในอดีตทั้งอาร์มาดิลโล่และลิ่นเคยถูกจัดอยู่ในอันดับเดียวกัน คือ Edentata ซึ่งแปลว่า “ไม่มีฟัน” แต่ความจริงแล้ว อาร์มาดิลโล่มีฟัน เป็นฟันกรามที่มีขนาดเล็ก และไม่แข็งแรง

บรรพบุรุษของอาร์มาดิลโล่ที่สูญพันธุ์ไปแล้วราว 10,000 ปีก่อน มีชื่อว่า “คลิปโตดอน” ที่มีขนาดตัวใหญ่เท่ากับรถยนต์คันเล็ก ๆ คันหนึ่ง คลิปโตดอนอาศัยอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ มีเกราะที่หุ้มตัวเป็นชิ้น ๆ รูปหกเหลี่ยม ไม่เหมือนกับอาร์มาดิลโล่ในปัจจุบัน ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีโครงกระดูกของคลิปโตดอนที่สมบูรณ์แบบจัดแสดงอยู่ เป็นตัวอย่างที่ชาร์ลส์ ดาร์วิน ได้ส่งมาให้เมื่อครั้งเดินทางไปสำรวจที่ทวีปอเมริกาใต้

 

<------------->

<------------->

 

 

เมื่ออาร์มาดิลโล่ถูกคุกคามแล้วจะขดตัวเป็นวงกลมคล้ายลูกบอล โดยเก็บส่วนหน้าและขาทั้ง 4 ข้างไว้ เหมือนกับลิ่น โดยที่ชื่อ “อาร์มาดิลโล่” นั้นมีควาหมายในภาษาสเปนว่า “ตัวน้อยที่มีเกราะ” ขณะที่ชาวแอซเท็ก จะเรียกว่า azotochtli หมายถึง “กระต่ายเต่า” แต่ชื่อในภาษาถิ่นของชาวละตินอเมริกาในปัจจุบันจะเรียกว่า Pichi (/พิ-ชี่/)

 

อาร์มาดิลโล่ กระจายพันธุ์อยู่เฉพาะทวีปอเมริกา ทั้งอเมริกาเหนือ, อเมริกากลาง จนถึงอเมริกาใต้ แบ่งออกได้ทั้งหมด 10 สกุล 20 ชนิด โดยชนิดที่ใหญ่ที่สุด คือ อาร์มาดิลโล่ยักษ์ ที่มีขนาดยาวได้ถึง 150 เซนติเมตร (59 นิ้ว) และน้ำหนักมากกว่า 59 กิโลกรัม (130 ปอนด์) และชนิดที่มีขนาดเล็กที่สุด คือ พิงค์แฟร์รี่อาร์มาดิลโล่ ที่ยาวเพียงไม่เกิน 6 นิ้ว เท่านั้น

(314)