Slow loris ลิงขี้เกียจแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ลิงลม, นางอาย หรือ ลิงจุ่น คือสัตว์ที่มีการกระจายพันธุ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ประเทศอินเดียตลอดจนอินโดนีเซีย คำว่า “Loris” ในภาษาอังกฤษนั้นมาจากภาษาดัตช์คำว่า “Loeris” หมายถึง ตัวละครสัตว์ แต่ในภาษาจีนจะเรียกพวกมันว่า ลิงลม (Lǎn hóu) ซึ่งหมายถึง ลิงขี้เกียจ

เนื่องจากลิงลมเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีการเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่ค่อนข้างจะว่องไวในช่วงเวลากลางคืน เวลาหาอาหาร หรือโดนลมพัด และเมื่อพวกมันตกใจจะหน้าซุกเข้ากับแขน อันเป็นที่มาของชื่อไทย ซึ่งเมื่อโตเต็มที่พวกมันมีน้ำหนักราว 1 กิโลกรัม

พวกมันมีรูปร่างหน้าตาคล้ายตุ๊กตา ด้วยดวงตากลมโต ขนนุ่มเหมือนกำมะหยี่ สีขนมีความหลากหลายตามสภาพพื้นที่ที่อยู่อาศัยและชนิดพันธุ์ บางชนิดมีเส้นขีดตามใบหน้า หัว ดวงตาและเส้นกลางหลัง หางของพวกมันสั้นจนเหมือนไม่มี

ลิงลมจะมีสองลิ้นคือ ลิ้นสั้นและลิ้นยาว ใช้สำหรับการกินอาหารที่แตกต่างกัน พวกมันมีกระดูกสันหลังแสนพิเศษที่สามารถบิดตัวได้คล้ายงู และเล็บยาวปลายแหลมที่ซ่อนอยู่ในมือ ทำให้ปีนป่ายต้นไม้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้พวกมันยังมีพิษที่มีฤทธิ์ในการทำลายเนื้อเยื่อ ซึ่งมีความรุนแรงของพิษในระดับที่มีมนุษย์เสียชีวิตจากการถูกกัดมาแล้ว ดังนั้นมันจึงถูกจัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำพวกเดียวที่มีพิษ

 

<------------->

<------------->

 

โดยนักวิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า พิษพวกนี้เกิดมาได้อย่างไร รวมถึงเคยมีข้อสันนิษฐานว่า พิษอาจเกิดจากแมลงหรือสัตว์มีพิษที่มันกินเป็นอาหาร เช่น มด กิ้งกือ ซึ่งเป็นอาหารโปรดของพวกมัน เนื่องจากมีการพบพิษชนิดเดียวกันในมดและกิ้งกือนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์กันว่า พิษของพวกมันนั้นใช้เพื่อการล่าเหยื่อ กำจัดปรสิตตามตัว หรือไว้ต่อสู้กัน ในช่วงแบ่งอาณาเขตหรือช่วงหาคู่ครอง ซึ่งเวลาที่ตัวผู้ต่อสู้จะมีการกัดและเหวี่ยง เป็นเหตุให้เกิดการบาดเจ็บจนถึงตายได้ โดยลักษณะต่างๆที่กล่าวมาเป็นการวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นมายาวนานกว่า 50 ล้านปีมาแล้ว

ปัจจุบันตามธรรมชาติ ลิงลมถูกจัดให้อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ สาเหตุมาจากหน้าตาน่ารักจึงถูกจับมาเป็นสัตว์เลี้ยง ซึ่งผู้ขายและผู้เลี้ยงจะตัดเขี้ยวและฟันหน้าทั้งซี่บนและซี่ล่างของพวกมันออก โดยหลงเหลือรากฟันไว้เพื่อไม่ให้ถูกกัด เป็นเหตุให้ลิงลมบางตัวติดเชื้อจนตาย

นอกจากนี้ลิงลมยังถูกลักลอบค้าขายเป็นจำนวนมาก โดยในบางวัฒนธรรมมีการนำพวกมันไปทำยา บางวัฒนธรรมได้บอกสืบต่อกันเป็นรุ่นๆให้หลีกเลี่ยง เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มีอันตราย บ้างก็บอกว่าจะโชคร้าย หากครอบครองกระดูกของลิงลมไว้

รวมถึงมีการบอกให้นำเลือดลิงลมมาอาบมีด เพื่อใช้เป็นอาวุธในยามสงคราม เพราะพิษของลิงลมยังไม่สามารถรักษาได้ และการเล่าของนิทานพื้นบ้านว่า ภรรยาจะควบคุมสามีได้ด้วยการนำหัวกะโหลกของลิงลมไปแช่ไว้ในเหยือกน้ำอีกด้วย

(707)