Sedlec Ossuary มนต์ขลังสุสานศักดิ์สิทธิ์

Sedlec Ossuary คือชื่อของโบสถ์เล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Sedlec แถบชานเมือง Kutná Hora ของสาธารณรัฐเช็ก ภายนอกของโบสถ์แห่งนี้คล้ายกับโบสถ์ทั่วไป หากแต่ภายในกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ด้วยการตกแต่งจากโครงกระดูกกว่า 40,000-70,000 โครง ทำให้สถานที่แห่งนี้ดึงดูดผู้คนเข้ามาท่องเที่ยวมากกว่า 200,000 คนต่อปี

เหตุที่มีกระดูกมากมายเช่นนี้ ต้องย้อนความกลับไปในปี ค.ศ. 1278 กษัตริย์ Otakar ที่ 2 แห่ง Bohemia ได้มีคำสั่งให้พระผู้ใหญ่จากหมู่บ้าน Sedlec นามว่า Heinrich เดินทางไปแสวงบุญที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ หรือ กรุงเยรูซาเล็ม หลังจากนั้นเมื่อท่าน Heinrich ได้กลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง ท่านก็ได้นำเอาดินศักดิ์สิทธิ์ จาก Golgotha ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่พระเยซูถูกตรึงกางเขนกลับมาโปรยไว้ในสุสานของหมู่บ้าน Sedlec

ตั้งแต่นั้นมาสุสานแห่งนี้ก็กลายเป็นสุสานศักดิ์สิทธิ์ โดยผู้คนเชื่อว่า ถ้าได้ฝังที่สุสานแห่งนี้ พวกเขาจะได้ใกล้ชิดกับพระเจ้าและเป็นหนทางที่จะทำให้ขึ้นสวรรค์ กอปรกับเมือง Kutna Hora เป็นเมืองที่สมบูรณ์ไปด้วยแร่เงิน ทำให้มีผู้คนอพยพย้ายกันเข้ามาเป็นจำนวนมาก และเมื่อเสียชีวิตลงก็พากันส่งมาที่สุสานแห่งนี้

 

<------------->

<------------->

 

มีรายงานว่า ช่วงปี ค.ศ. 1318 ได้มีการฝังผู้ล่วงลับไว้แล้วกว่า 30,000 ศพ หลังจากนั้นก็ยังมีการส่งศพมาสุสานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีทั้งชนชั้นสูง พระ ทหาร และประชาชนที่เสียชีวิตจากสงคราม โรคระบาด และเหตุต่างๆ จากทั่วประเทศ รวมถึงประเทศใกล้เคียง อาทิ โปแลนด์ เบลเยียม ฯ อีกด้วย

ต่อมาได้มีการขยายสุสาน และการล้างสุสานสำหรับผู้มาอยู่ใหม่ จากนั้นในปี ค.ศ. 1400 ได้มีการสร้างโบสถ์และห้องใต้ดินสำหรับเก็บกระดูกของผู้ล่วงลับ ซึ่งกระดูกที่ขุดขึ้นมาตั้งแต่ล้างสุสานก็ได้ถูกวางทับถมกันในห้องใต้ดินเนิ่นนานกว่าหลายร้อยปี เมื่อเข้าช่วงปี ค.ศ.1703 และ ค.ศ.1710 โบสถ์ได้ถูกปรับปรุงให้มีความสวยงามมากขึ้น จากนั้นในปี ค.ศ. 1870 ขุนนางแห่งตระกูล Schwarzenberg เจ้าของที่ดินของสุสานได้มอบหมายให้ช่างแกะสลักไม้ชื่อ Frantisk Rint ตกแต่งโบสถ์ด้วยโครงกระดูกเหล่านี้

เมื่อการออกแบบเสร็จสิ้นลง พวกเขาจึงนำโครงกระดูกทั้งหมดออกมาทำความสะอาดและฟอกกระดูกจนมีสีขาวแบบที่ต้องการ จากนั้นนำมาแกะสลักและเรียงประดับตกแต่งทั่วโบสถ์จนเกิดเป็นศิลปะชั้นเยี่ยม เป็นเอกลักษณ์ให้แก่โบสถ์แห่งนี้ ซึ่งสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคงไม่พ้น Bone Chandelier ที่ประกอบขึ้นจากกระดูกทุกชิ้นของร่างกายมนุษย์ นั่นเอง

(401)